Allwhatever.com
ทั้งหมดอะไรก็ได้/อะไรก็ได้ทั้งหมด

ภาษีที่ดินใหม่ปี 2563 ประเทศไทย

By : All What Ever

Categories: ทั่วไป
Number of View: 35

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบใหม่ที่จะดีเดย์ 1 มกราคม 2563 นี้ เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ใครถือครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างจะต้องจ่ายในอัตราเท่าไหร่ มากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ และเมื่อเปลี่ยนมือมาเป็น อปท.เก็บเองจะเป็นอย่างไร

1 มกราคม 2563 ประเทศไทยจะมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ แทนกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินพ.ศ.2475 และภาษีบารุงท้องที่พ.ศ.2508 ที่ใช้กันมายาวนานกว่า 80 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการกระจายอานาจไปสู่ท้องถิ่นและช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

แต่ปัญหาคือกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่ที่ยังต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เนื่องจากมีความซับซ้อนในเรื่องของการคำนวณภาษีที่มีการแยกรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเติมความรู้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน เพื่อให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “ภาษีที่ดินใหม่” เป็นกฎหมายใหม่ที่ถูกนำมาใช้แทนพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพ.ศ.2475 และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่พ.ศ.2508 หรือที่ชาวบ้านเข้าใจกันง่ายๆคือกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินและกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่เป็นกฎหมายที่มีการประกาศใช้นานแล้วทำให้การจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่มีปัญหาและข้อจำกัดเกี่ยวกับฐานภาษีอัตราภาษีและการลดหย่อนภาษีไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันผลที่เกิดขึ้นก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาท้องถิ่นรัฐบาลจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนเพิ่มเติมโดยกฎหมายฉบับนี้ใช้เวลานานกว่า 30 ปีในการผลักดันกระทั่งผ่านเป็นกฎหมายในที่สุด

ทั้งนี้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบใหม่นี้ มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ลดการถือครองที่ดินเพื่อเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นทั้งนี้เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะเป็นผู้จัดเก็บภาษีโดยมีรัฐบาลเป็นผู้ดูแลซึ่งหากมีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้จริงก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับอปท.นำไปใช้พัฒนาท้องถิ่นต่อไปโดยจะเริ่มต้นดำเนินงานจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 คาดการณ์กันว่าการเก็บภาษีแบบใหม่จะทำให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท

ท่ามกลางความตื่นตัวของผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ลุกขึ้นมาให้ความสำคัญกับการจัดการอสังหาริมทรัพย์ด้วยเกรงว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่จัดเก็บรายได้ก็ต้องตื่นรู้และปรับตัวเพื่อรองรับกฎหมายใหม่ฉบับนี้ไม่แพ้กัน

ดร.ไกรวุฒิ ใจคำปัน อาจารย์ประจำสำนักวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะทีมวิจัยโครงการการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการสนับสนุนของแผนงาน Spearhead เป้าหมายการพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0 ภายใต้ยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม กล่าวว่า นับจากที่ภาครัฐมีนโยบายเรื่องการจัดการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ ซึ่งเดิมเรียกว่า ภาษีโรงเรือน” มีประเด็นที่น่าสนใจคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายๆแห่งยังไม่มีความพร้อมในการรับมือกับระบบจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ซึ่งมีรูปแบบการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจะต้องช่วยกันให้ความรู้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงชาวบ้านเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย

“การจัดเก็บภาษีแบบเดิมไม่ได้ยุ่งยากมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ต้องคำนวณอะไรมาก เพราะเจ้าของที่ดินต้องจ่ายเท่ากันทุกปี ขณะที่อัตราภาษีรูปแบบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะมีการคำนวณใหม่ โดยแยกกันคำนวณระหว่างที่ดินกับสิ่งก่อสร้าง ซึ่งในส่วนของที่ดินจะคิดคำนวณจากขนาดของที่ดินและราคาประเมินเป็นหลัก ส่วนสิ่งก่อสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย ก็อาจมีการยกเว้นภาษีได้ หรือหากกรณีที่มีการนำที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างดังกล่าวทำประโยชน์ ก็ต้องมีการคำนวณภาษีตามที่กฎหมายระบุไว้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูเป็นกรณีๆ ไป”

สำหรับกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่นี้ มีการแบ่งประเภทที่ดินที่ต้องเสียภาษีไว้ 4 รายการ คือ

1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ประกอบเกษตรกรรม

2.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย

3.ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากข้อ 1., 2.

และ 4. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามความแก่สภาพ

อย่างไรก็ตามเพื่อบรรเทาภาระภาษีให้กับประชาชน จึงมีการกำหนดบทเฉพาะกาลการจัดเก็บภาษีช่วง 2 ปีแรก ดังนี้

1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหากมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 75 ล้านบาทเก็บภาษี 0.01 เปอร์เซ็นต์, เกิน 75-100 ล้านบาทจัดเก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์, เกิน 100-500 ล้านบาทเก็บ 0.05 เปอร์เซ็นต์, เกิน 500-1,000 ล้านบาทเก็บ 0.07 เปอร์เซ็นต์และเกิน 1,000 ล้านบาทเก็บ 0.1 เปอร์เซ็นต์

2.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของบุคคลธรรมดาให้เป็นที่อยู่อาศัยมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่เกิน 25 ล้านบาทจัดเก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์หากเกิน 25-50 ล้านบาทเก็บ 0.05 เปอร์เซ็นต์และหากเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไปเก็บ 0.1 เปอร์เซ็นต์

3.สิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้านที่มีมูลค่าไม่เกิน 40 ล้านบาทภาษี 0.02 เปอร์เซ็นต์ถ้าเกิน 40-65 ล้านบาทเก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์หรือเกิน 65-90 ล้านบาทเก็บ 0.05 เปอร์เซ็นต์และเกิน 90 ล้านบาทขึ้นไปเก็บ 0.1 เปอร์เซ็นต์

4.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย กรณีอื่นนอกจากอยู่อาศัยตามข้อ 2. และ 3. ที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาทเก็บ 0.02 เปอร์เซ็นต์ถ้าเกิน 50-75 ล้านบาทเก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์หรือเกิน 75-100 ล้านบาทเก็บ 0.05 เปอร์เซ็นต์และเกิน 100 ล้านบาทจัดเก็บ 0.1 เปอร์เซ็นต์

5.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากเกษตรกรรมและอยู่อาศัย ไม่เกิน 50 ล้านบาทเก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์, เกิน 50-200 ล้านบาทเก็บ 0.4 เปอร์เซ็นต์, เกิน 200-1,000 ล้านบาทเก็บ 0.5 เปอร์เซ็นต์, เกิน 1,000-5,000 ล้านบาทเก็บ 0.6 เปอร์เซ็นต์หรือเกิน 5,000 บาทขึ้นไปเก็บ 0.7 เปอร์เซ็นต์

6.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ควรแก่สภาพเก็บภาษี 0.3-3 เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมินและเพิ่มขึ้น 0.3 เปอร์เซ็นต์ทุก 3 ปีต่อเนื่องไม่เกิน 27 ปีหรือจนกว่าจะมีการใช้ประโยชน์จากที่ดินและจากข้อมูลของกรมพัฒนาที่ดินพบว่ามีที่ดินทิ้งไว้ไม่ได้ทำประโยชน์ทั่วประเทศ 8.31 ล้านไร่จากที่ดินทั้งประเทศประมาณ 300 ล้านไร่

และเพื่อบรรเทาภาระภาษี 3 ปีแรก ให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีสำหรับเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบุคคลธรรมดาและใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม นอกจากนี้กรณีต้องเสียภาษีสูงกว่าภาษีโรงเรือน หรือภาษีบารุงท้องที่ ให้ผู้เสียภาษีชำระภาษีในจำนวนที่เพิ่มขึ้นในปีที่หนึ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนภาษีที่เหลือ ปีที่สอง 50 เปอร์เซ็นต์ และปีที่สาม 75 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนภาษีที่เพิ่มขึ้น

157382453610

ดร.ไกรวุฒิ อธิบายเพิ่มว่า เมื่อรูปแบบการเรียกเก็บภาษีเปลี่ยน การคำนวณภาษีก็ต้องเปลี่ยน ขณะที่กลุ่มงานที่รับผิดชอบเรื่องการจัดเก็บภาษีโดยตรงใน อบต.หลายแห่งยังขาดความพร้อม โดยเฉพาะบุคลากรที่มีภาระงานรับผิดชอบค่อนข้างมากจึงเกิดเป็นโครงการวิจัยดังกล่าว

“โครงการวิจัยนี้ดำเนินงานพร้อมกัน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศโดยมีเป้าหมายคือเ

พิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั่นหมายความว่าหลังจบโครงการอปท.จะต้องมีศักยภาพในการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นซึ่งหมายถึงอบต.มีรายได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

กระบวนการวิจัยของโครงการนี้คือ การหาตัวแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการจัดเก็บภาษี จนพบว่าองค์การบริหารส่วนตาบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม มีความพร้อมมากที่สุดทั้งบุคลากร นโยบายของผู้บริหาร ขณะเดียวกันเป็นองค์กรดีเด่นด้านการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ เพราะฉะนั้นถ้าที่นี่ประสบความสาเร็จก็จะใช้เป็นโมเดลให้กับพื้นที่อื่นต่อไป”

สำหรับแนวทางการดำเนินงานวิจัยเบื้องต้นคือการจัดประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มคนผู้เสียภาษีซึ่งจะเป็นการเชิญแกนนำผู้ใหญ่บ้านและในส่วนของภาคราชการที่หลายแห่งมีการนำเอาที่ดินไปใช้ประโยชน์และเกิดรายได้ซึ่งกฎหมายที่ดินฉบับใหม่ก็ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับหน่วยงานราชการ

เมื่อกฎหมายใหม่ประกาศใช้การทำความเข้าใจกับผู้เสียภาษีถือเป็นเรื่องสำคัญตัวงานวิจัยเองอยากทราบว่ารูปแบบภาษีแบบเดิมและแบบใหม่แตกต่างกันอย่างไรรายได้จะเพิ่มขึ้นตามที่ประมาณการไว้หรือไม่ซึ่งคงต้องรอข้อมูลหลังจากงานวิจัยจบลงแต่สิ่งที่ต้องดำเนินงานในปัจจุบันคือการค้นหารูปแบบและวิธีการจัดเก็บภาษีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคคลกรให้มีทักษะเพิ่มขึ้นเนื่องจากสิ่งที่อปท.หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดคือทักษะเครื่องมือและองค์ความรู้ที่ใช้ในการสารวจข้อมูลเพื่อนำมาจัดทำเป็นฐานข้อมูลภาษีเพราะระบบการเก็บภาษีตามกฎหมายใหม่จะมีความละเอียดมากขึ้นการลงพื้นที่สำรวจจึงเป็นหัวใจสำคัญของการจัดเก็บภาษีตัวใหม่เพราะเป็นวิธีการจัดเก็บที่ถูกต้องที่สุด

ในมุมขององค์กรท้องถิ่นนพดลณเชียงใหม่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอ

นแก้วอำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่าในช่วงแรกๆค่อนข้างกังวลกับวิธีการจัดเก็บเนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่เกรงว่าเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่มีมาตรการใดๆออกมาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

“จากการศึกษารายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ดี เพราะมีความพยายามแก้ไขกันมานานแล้ว แต่ในฐานะผู้ปฏิบัติ ช่วงแรกๆ ก็มีข้อกังวลว่าการเก็บภาษีแบบใหม่จะทำให้ ท้องถิ่นมีรายได้ลดลง โดยเฉพาะภาษีที่ดิน เนื่องจากกฎหมายใหม่มีข้อยกเว้นหลายเรื่อง ซึ่งตนจะพยายามชี้แจงและทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงตัวชาวบ้านเอง

นับเป็นโอกาสดีที่เราได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งจากจุฬาลงกรณมหาวิยาลัย มหาวิยาลัย เชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยงานสนับสนุนงานวิจัยอย่าง สกสว. ที่เข้ามาสนับสนุนกระบวนการและองค์ความรู้ เพราะที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าการเก็บภาษี เราจัดเก็บภาษีได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

กระบวนการนี้น่าจะทำให้วิธีการจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ ง่ายและสะดวกมากขึ้น และเมื่อเข้าสู่การประกาศใช้อย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า เชื่อว่าคณะทางานจะสามารถดำเนินงานได้อย่างทันท่วงที”

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • 14/06/2012 Mclaren MP4-12C (0)
                เมื่อพูดถึงรถยนต์สายพันธุ์ สปอร์ตจากเกาะอังกฤษแล้ว แม้เราหลายคนอาจจะไม่คุ้นหน้าตาอะไรมากมายนัก แต่ Mclaren  คือหนึ่งในค่ายที่ครั้งหนึ่งเคยสรรค์สร้างผลงานได้ดี ในกลุ่มรถสปอร์ต […]
  • 11/06/2012 โซอิชิโร ฮอนด้า (0)
    โดย : ก้องเกียรติ วัยเด็ก
โซอิชิโรฮอนด้าผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้ามอเตอร์จำกัด สภาพความเป็นอยู่ในวัยเด็ก
โซ อิชิโรฮอนด้าเกิดอยู่ในหมู่บ้านโคเมียวอำเภออิวาตะแถบชานเมืองประเทศญี่ปุ่น […]
  • 29/07/2010 สุดอลังการ ทุ่ม161ล้านจัดงาน (0)
    โอ้แม่เจ้า อะไรจะขนาดนั้นนี่ ยิ่งใหญ่ปานนั้น สื่อตีข่าว พิธีลั่นระฆังรักของ "เชลซี คลินตัน" ทุ่มงบจัดงานเพียงวันเดียวกว่า 161 ล้านบาท ที่ "คฤหาสแอสเตอร์" เรียบแม่น้ำฮัดฮัน […]
  • 20/09/2010 สิ่งที่เรียกว่าความเกรงใจ (0)
    วันเสาร์ตอนเช้าๆ ผมออกจากบ้านไปที่โรงพยาบาล ส. ย่านสุขุมวิท ตามคำเชิญเข้าเยี่ยชมรายการพิเศษสำหรับลูกค้า โดยเวลานัดคือ 10.30 ผมและแฟนถึงเวลา 10.45น. ในห้องที่ได้ยินก็จะแปลเป็นไทยได้ว่า […]
  • 02/07/2012 ความแตกต่างระหว่าง die, dead, death (0)
    ความแตกต่างระหว่าง die, dead, death -die เป็นกริยา เวลาแต่งประโยคก็มีประธาน แล้ววาง die เป็นกริยาได้เลย เช่น เธอตาย ก็พูดว่า she dies เติม s เพราะประธานเป็นเอกพจน์ ถ้าจะปฏิเสธกริยา […]
  • 03/02/2011 ประวัติตรุษจีน (0)
    เทศกาลตรุษจีนมีประวัติยาวนานกว่าสี่พันปีแล้ว เดิมทีไม่ได้เรียกว่าตรุษจีน และก็ไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนด้วย เมื่อ 2100 ปีก่อนคริสตกาล […]
My latest images for sale at Shutterstock: