AllWhatEver ทั้งหมดอะไรก็ได้ เกิดมาเพื่ออะไรก็ได้ คุยอะไรก็ได้ พูดอะไรก็ได้ เขียนอะไรก็ได้ อ่านอะไรก็ได้ บทความต่าง สำหรับนักเขียนอิสระ
Allwhatever.com
ทั้งหมดอะไรก็ได้/อะไรก็ได้ทั้งหมด

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock:

LAMBORGHINI AVENTADOR LP 700/4

By : All What Ever

Number of View: 2207

อัตราเร่ง 0-100 ใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด
209 ไมล์ต่อชั่วโมงบนราคาค่าตัว 247,667 ปอนด์ นี่คือ Lamborghini
ที่มีความสุดขั้วมากที่สุดนับจากการสร้างรถซุปเปอร์คาร์ในประวัติศาสตร์ของ
ค่ายกระทิงเปลี่ยว…

Lamborghini
Aventador LP 700/4 จักรกลซุปเปอร์คาร์คันล่าสุดจากค่ายกระทิงผยอง
มันถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่าอภิมหาเศรษฐีที่ชื่นชอบความ
สุดขั้วบนท้องถนน นับจากการสร้างรถรุ่น Miura ในปี 1967
ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสปอร์ตคาร์เครื่อง V12
วางกลางที่ประทับตราสัญลักษณ์วัวเปลี่ยวได้อย่างเต็มภาคภูมิ
รถสปอร์ตเครื่องวางกลางคันแรกของค่ายนี้มีอัตราเร่ง 0-100 ใน 6.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด 163 ไมล์ต่อชั่วโมง ถัดมาเป็นรุ่น Countach
ที่สืบสานตำนานแห่งความเร็วและแรงในยุค 1974 กับตัวเลข 0-100 ที่ 5.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด 174 ไมล์ต่อชั่วโมง
ตามติดมาด้วยผลิตภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำความเร็วในตัวรถ รุ่น
Diablo ของปี 1987 กับสถิติ 0-100 ใน 4.1 วินาที ความเร็วตีนปลายวัดได้ 202
ไมล์ต่อชั่วโมง และสุดท้ายก่อนการถือกำเนิดของเจ้าวัวเปลี่ยว Aventador
นั่นก็คือซุปเปอร์คาร์รุ่น Murcielago กระทิงบ้าพลังที่มีแรงม้าท่วมท้นถึงเกือบ 700
แรงม้าในรุ่นสูงสุด (SV-670 แรงม้า) บนอัตราเร่ง 0-100 ใน 3.7 วินาที
กับความเร็วสุดปลายคันเร่งที่ 205 ไมล์ ต่อชั่วโมง
แรงจนแทบจะเฉียดเข้าไปใกล้เส้นแบ่งเขตแดนของสวรรค์กับนรกกันเลยทีเดียว

การวิจัยโครงสร้างด้วยวัสดุคาร์บอนคอมโพสิตที่มีการทำงานร่วมกัน
ระหว่างวิศวกรของบริษัทผลิตอากาศยานชั้นนำอย่าง Boeing
ทำให้เทคโนโลยีห้องโดยสารแบบกล่องกับเฟรมตัวถัง
รวมถึงโครงสร้างทั้งหมดที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ของ Aventador
มีความก้าวล้ำกว่าสปอร์ตซุปเปอร์คาร์ที่มีอยู่บนโลกใบนี้ ส่วนบนของตัวรถ เช่น
หลังคาใช้กรรมวิธีการผลิตแบบ Preqreg เพื่อความแข็งแกร่ง
ห้องโดยสารขึ้นรูปด้วยกรรมวิธี RTM-Lambo
ด้วยการนำเอาแผ่นคาร์บอนเคฟล่าห์มาตัดแล้ววางลงในแม่พิมพ์ให้เป็นรูปร่างที่ ต้องการ
โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์มีความแข็งแรงมากกว่าเหล็ก
ช่วยปกป้องคนขับและผู้โดยสารหากเกิดการชนปะทะ
ชิ้นส่วนโครงรถด้านหน้ายึดติดกับโครงสร้างด้วยอีพ็อกซี่
ส่วนที่เป็นโลหะในชุดโครงสร้างด้านหน้าถูกเชื่ิอมต่อจนเป็นชิ้นเดียวกัน
แชสซีส์ขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวทนทานต่อสภาวะแรงบิดที่กระทำต่อโครงสร้างของรถ
รวมถึงการใช้โช๊คอัพวางแบบแนวนอนหรือ Post Rod Suspension
เพื่อลดพื้นที่การวางตำแหน่งของระบบรองรับที่สามารถปรับค่าได้ถึง 3 ระดับ
ใช้โช๊คอัพและสปริงของค่าย Ohlins

รูปแบบของการเปิดประตูใช้การเปิด-ปิดแบบทรงกรรไกร
บานประตูจะสวิงออกด้านข้างเล็กน้อย ทำให้สามารถเข้าออกรถได้อย่างสะดวก
ประตูในลักษณะดังกล่าวยังเอื้อประโยชน์ให้กับช่างเทคนิคที่ทำการออกแบบชิ้น
งานกระจกประตูที่ไม่มีกรอบ
เมื่อทำการปิดบานประตูกระจกจะผนึกตัวเองเข้ากับยางของประตูแบบแนบแน่น
ซุ้มล้อมีแนวคอดและโป่งกลมกลืนไปกับงานตัวถังที่ละเอียดงดงาม ล้ออัลลอยลาย 5
ก้านที่มีขนาดความกว้างของล้อคู่หลังมากถึง 20 นิ้ว ห่อรัดเอาไว้ด้วยยาง Pirelli
P-Zero Corsa ที่มีหน้ากว้างถึง 335 มิลลิเมตร
ช่องรับอากาศที่ด้านข้างของตัวถังใช้แนวทะแยงของเส้นคมๆ ลากไปจนจรดกับซุ้มล้อหลัง
ดูเป็นสันเหลี่ยมที่มีความสมดุลกับแนวหลังคาและชายล่างของตัวถังด้านข้าง
มุมมองที่ดูคล้ายกับอากาศยานทางทหาร
ส่งให้มันกลายเป็นรถยนต์ที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดในปี 2011

Cockpit ของ LP 700/4
กลายเป็นอีกหนึ่งในนวัตกรรมล้ำอนาคต บนงานประกอบในระดับสูงสุดของค่าย Audi
ที่เข้ามาควบคุมกิจการของ Lamborghini เมื่อสิบกว่าปีก่อน
อุปกรณ์ที่โดดเด่นมากที่สุดภายในห้องโดยสารของเจ้าวัวเปลี่ยว Aventador
คือหน้าปัดมาตรวัดแบบ Virtual Instrument คล้ายกับหน้าจอควบคุมของยานอวกาศ
จอทรงกลมขนาดใหญ่สามารถเลือกแสดงภาพเป็นมาตรวัดรอบหรือมาตรวัดความเร็ว
พร้อมไฟแจ้งเตือนสารพัดสี
งานดีไซน์กรอบหน้าปัดทรงกระบอกที่ห่อหุ้มสอดรับกับชุดคอนโซลกับวงพวงมาลัย แบบ 3
ก้าน เบาะปรับระดับด้วยไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกในสรีระของผู้ขับ
ตำแหน่งของก้านไฟเลี้ยวยังคงอยู่ที่เดิมเหมือน Murcielago
เช่นเดียวกับก้านควบคุมการทำงานของใบปัดน้ำฝน
หลังวงพวงมาลัยยังมีแป้นแพดเดิลเพื่อปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์บนชุดเกียร์
กึ่งอัตโนมัติ ISR-Indepdent Shiffing Rod
ชุดปุ่มเกียร์ถอยกับสวิตช์ปรับโหมดแมลนวล-ออโต้ถูกวางตำแหน่งอยู่กึ่งกลาง
คอนโซลซุ้มเกียร์ (แต่ไม่มีแท่งเกียร์เหมือนกับ Murcielago)
ตามด้วยฝาปิดโลหะสีแดงสำหรับสวิตช์สตาร์ทเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร
วางตำแหน่งเอาไว้ที่กลางลำตัว
เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัตนาโดยนำข้อดีของเครื่องรุ่นเก่ามาปรับปรุง ให้ดีขึ้น
ทั้งในย่านของกำลังแรงบิดกับขนาดที่กะทัดรัดมากขึ้น
รวมถึงน้ำหนักของเครื่องรุ่นใหม่ตัวนี้ก็ยังลดลงถึงกว่า 18 กิโลกรัม
เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ของ Murcielago กระบอกสูบทั้ง 12 ตัว
ในเครื่องยนต์ของ Aventador วางทำมุม 60 องศา
และวางอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเครื่องตัวเก่า 70 มิลลิเมตร เพื่อลดค่า CG-Center Of
Gravity มีรอบการหมุนสูงสุดที่ 8,250 รอบต่อนาที ให้กำลังสูงสุดที่ 690 แรงม้า
และมีแรงบิดสูงกว่าเครื่องตัวเก่าของ Murcielago อยู่ถึง 32 ปอนด์-ฟุต (509
ปอนด์-ฟุต) อัตราเร่ง 0-100 ใน 2.9 วินาที
ทำงานโดยส่งถ่ายแรงบิดทั้งหมดไปยังชุดเกียร์ 7 สปีดรุ่นใหม่
บนการกระดิกแป้นแพดเดิลหลังพวงมาลัย การไม่เลือกใช้เกียร์แบบทวินคลัตช์
ช่วยให้น้ำหนักและขนาดของเกียร์ทั้งลูกลด
ลงรวมถึงตำแหน่งของการวางที่เกียร์ทั้งลูกจะอยู่ด้านหน้าเครื่องยนต์
ทำให้ไม่สามารถเลือกใช้เกียร์แบบคลัตช์คู่ได้ แต่ระบบ ISR หรือ ISR-Indepdent
Shiffing Rod ได้เข้ามาทดแทนสมรรถนะของเกียร์ทวินคลัตช์อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ
การใช้ Shift Rod คนละตัวสลับการทำงานในเกียร์ถัดไป
ทำให้เกียร์สามารถเริ่มต้นการทำงานในขณะที่เกียร์ก่อนหน้ากำลังจากออกมาจาก ชุดเฟือง
ลดเวลาการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ลงอีก 50 ms เร็วกว่าระบบ E-Gear ของรถ Gallardo
ประมาณ 40%

วิศวกรรมโครงสร้างแบบใหม่ให้ความแข็งแกร่งมากขึ้น
แต่ก็ส่งผลไปยังระบบรองรับที่กระด้่างมากขึ้นตามไปด้วย ช่วงล่างแบบ Post Rod
Suspension ทำให้วิศวกรของ Lamborghini ต้องลดความแข็งของสปริงและโช๊คอัพลง
การวางตำแหน่งโช๊คอัพแบบแนวนอน ช่วยทำให้สมรรถนะของการควบคุมตัวรถ Aventador
อยู่ในระดับเดียวกันกับรถแข่ง Class- GT2 ความกว้างของตัวถังทีี่ 2030
มิลลิเมตรยังช่วยให้ด้านหน้าของมันดูแบนและเตี้ยต่ำแบบสุดๆ Lamborghini Aventador
LP 700/4 คือจักรกลซุปเปอร์คาร์ที่เข้ามาเติมแต่งประวัติศาสตร์ของรถ Lamborghini
เครื่องยนต์ V12 ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดแล้วในช่วงเวลานี้
บนการบังคับควบคุมที่โดดเด่นเหนือกว่ารถ Lamborghini ทุกรุ่นเท่าที่เคยผลิตออกมา
งานประกอบชิ้นส่วนทั้งภายในและภายนอกมีความปราณีตในระดับสูงสุด ราคาค่าตัว 247,667
ปอนด์ (ยังไม่รวมภาษีนำเข้า) แพงกว่ารุ่นเก่าถึง 50,000 ปอนด์
และถูกตั้งเป้าหมายในการผลิตออกขายต่อปีแค่ 600 คันเท่านั้น

เมื่อ เปรียบเทียบกับรถคู่แข่งแล้ว
มันดีกว่าทั้งในด้านมุมมอง การทำความเร็ว สมรรถนะ น้ำหนัก
ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังซึ่งกำลังส่งผลให้มันกลายเป็น Super-Car
Of The Year 2011 อย่างแน่นอน.

ที่มา

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

 

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

  • 15/01/2012 New! Toyota Avanza 2012 (0)
    New! Toyota Avanza 2012 เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ? ? ? ? ??หากจะพูดถึงค่ายรถยนต์ที่คนไทยนิยมมาช้านาน กล่าวได้ว่า ค่าย Toyota คงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ […]
  • 15/01/2012 สาวอเมริกันทุ่มเงิน 15 ล้าน โคลนนิ่งหมาผู้ล่วงลับ (0)
    รักมาก! สาวมะกันทุ่มเงิน 15 ล้าน โคลนนิ่งมะหมาผู้ล่วงลับ รักมาก! สาวมะกันทุ่มเงิน 15 ล้าน โคลนนิ่งมะหมาผู้ล่วงลับ เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก?youtube.com […]
  • 14/06/2012 Mclaren MP4-12C (0)
                เมื่อพูดถึงรถยนต์สายพันธุ์ สปอร์ตจากเกาะอังกฤษแล้ว แม้เราหลายคนอาจจะไม่คุ้นหน้าตาอะไรมากมายนัก แต่ Mclaren  คือหนึ่งในค่ายที่ครั้งหนึ่งเคยสรรค์สร้างผลงานได้ดี ในกลุ่มรถสปอร์ต […]
  • 11/06/2012 โซอิชิโร ฮอนด้า (0)
    โดย : ก้องเกียรติ วัยเด็ก
โซอิชิโรฮอนด้าผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้ามอเตอร์จำกัด สภาพความเป็นอยู่ในวัยเด็ก
โซ อิชิโรฮอนด้าเกิดอยู่ในหมู่บ้านโคเมียวอำเภออิวาตะแถบชานเมืองประเทศญี่ปุ่น […]
  • 01/07/2014 10 อันดับรถยนต์ราคาแพงที่สุดแห่งปี 2014 (0)
    10 อันดับรถยนต์ราคาแพงที่สุดแห่งปี 2014 1. Lamborghini Veneno  รถสปอร์ตรุ่นพิเศษจากแลมโบกินี่ (Lamborghini) ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 9 คันเท่านั้น เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6,500 ซีซี กำลัง 750 […]
  • 15/01/2012 เตือนกรุงเทพเป็นเป้าหมายก่อการร้าย (0)
    ลำดับเหตุการณ์หลังสหรัฐฯ เตือนกรุงเทพเป็นเป้าหมายก่อการร้าย เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม เฉลิม ยืนยัน จับ 2 ก่อการร้ายชาวเลบานอน สมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ได้แล้ว […]
My latest images for sale at Shutterstock: